วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วิธีการให้อาหารลูกหมาตั้งแต่แรกเกิด
การปฏิบัติตามโปรแกรมการให้อาหารที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมโดยเคร่งครัดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนโภชนาการสำหรับลูกสุนัข
การวางแผนอาหารที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกสุนัขได้รับอาหารตรงตามความต้องการทางด้านคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูกสุนัข การปฏิบัติตามโปรแกรมการให้อาหารที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมโดยเคร่งครัดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนโภชนาการสำหรับลูกสุนัข
ลูกสุนัขต้องการคุณค่าทางโภชนาการพิเศษกว่าช่วงอายุอื่น
ลูกสุนัขอยู่ในวัยที่อวัยวะต่างๆ กำลังเจริญเติบโต ดังนั้น ลูกสุนัขจึงต้องการอาหารเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าสุนัขที่โตเต็มวัยแล้ว ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังหย่านม ลูกสุนัขต้องการอาหารต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเท่ากับปริมาณอาหารที่รับประทานเมื่อโตเต็มวัย
ในการให้อาหารลูกสุนัขนั้น ท่านจะต้องให้อาหารเสริมสร้างร่างกายทุกชนิดที่ลูกสุนัขต้องการเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนา ซึ่งได้แก่ โปรตีนซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แคลเซียมซึ่งช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เหล็กซึ่งช่วยบำรุงเลือด และแคลอรี่ในปริมาณที่เพียงพอให้สุนัขมีพลังงานไปเผาผลาญ
ลูกสุนัขส่วนใหญ่พร้อมจะหย่านมเมื่ออายุได้ 6 สัปดาห์ ลูกสุนัขที่ทานอาหารแข็งจากจานของแม่จะสามารถหย่านมได้เองเมื่ออายุได้ 4-5 สัปดาห์
ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังหย่านม ควรผสมอาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัขกับของเหลวเพื่อให้ลูกสุนัขรับประทานอาหารได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต โดยผสมในอัตราส่วนน้ำอุ่น 1 ส่วนต่ออาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัข 3 ส่วน ซึ่งจะช่วยให้อาหารมีรสชาติยิ่งขึ้นและรับประทานได้ง่ายขึ้น ควรจำกัดเวลาให้ลูกสุนัขรับประทานอาหารมื้อละไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับอาหารเม็ดผสมน้ำหรืออาหารกระป๋องซึ่งวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องอาจมีรสเฝื่อนและอาจบูดได้หากทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง
การวางแผนอาหารที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกสุนัขได้รับอาหารตรงตามความต้องการทางด้านคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูกสุนัข การปฏิบัติตามโปรแกรมการให้อาหารที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมโดยเคร่งครัดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนโภชนาการสำหรับลูกสุนัข
ลูกสุนัขต้องการคุณค่าทางโภชนาการพิเศษกว่าช่วงอายุอื่น
ลูกสุนัขอยู่ในวัยที่อวัยวะต่างๆ กำลังเจริญเติบโต ดังนั้น ลูกสุนัขจึงต้องการอาหารเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าสุนัขที่โตเต็มวัยแล้ว ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังหย่านม ลูกสุนัขต้องการอาหารต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเท่ากับปริมาณอาหารที่รับประทานเมื่อโตเต็มวัย
ในการให้อาหารลูกสุนัขนั้น ท่านจะต้องให้อาหารเสริมสร้างร่างกายทุกชนิดที่ลูกสุนัขต้องการเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนา ซึ่งได้แก่ โปรตีนซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แคลเซียมซึ่งช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เหล็กซึ่งช่วยบำรุงเลือด และแคลอรี่ในปริมาณที่เพียงพอให้สุนัขมีพลังงานไปเผาผลาญ
ลูกสุนัขส่วนใหญ่พร้อมจะหย่านมเมื่ออายุได้ 6 สัปดาห์ ลูกสุนัขที่ทานอาหารแข็งจากจานของแม่จะสามารถหย่านมได้เองเมื่ออายุได้ 4-5 สัปดาห์
ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังหย่านม ควรผสมอาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัขกับของเหลวเพื่อให้ลูกสุนัขรับประทานอาหารได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต โดยผสมในอัตราส่วนน้ำอุ่น 1 ส่วนต่ออาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัข 3 ส่วน ซึ่งจะช่วยให้อาหารมีรสชาติยิ่งขึ้นและรับประทานได้ง่ายขึ้น ควรจำกัดเวลาให้ลูกสุนัขรับประทานอาหารมื้อละไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับอาหารเม็ดผสมน้ำหรืออาหารกระป๋องซึ่งวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องอาจมีรสเฝื่อนและอาจบูดได้หากทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง
วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
น่ารักจัง
| เหงาจุงเบย |
ฟักทองเก็บได้แล้วไชโย |
| หมีน้อยฮัฟ |
![]() |
| ผมน่ารักไหมฮัฟ |
| ยินดีต้อนรับค่ะ/ครับ แกล้งเจ้านายดีกว่า |
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ความรู้สึก 10 ประการของสุนัข (โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ)
สุนัขที่มีแรงกัดมากที่สุด
กระทู้สนทนา
หลายๆคนคงจะคิดว่าเป็น พิทบูลหรือร็อตไวเลอร์
เราเองตอนแรกก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน
จนไปเจอคลิปเกี่ยวกับการทดสอบแรงกัดของสุนัขในyoutube ทำให้เรารู้ว่าเข้าใจผิด
คิดว่ามันน่าสนใจดีเลยเอามาแชร์ให้เพื่อนๆดู
เริ่มจากอันดับ 10 malinois แรงกัด 195 pounds
อันดับ 9 Dutch Shepherds แรงกัด 224-230 pounds
อันดับ 8 Pittbull Terrier แรงกัด 235 pounds
อันดับ 7 German Shepherds แรงกัด 238 pounds
อันดับ 6 Bulldog แรงกัด 305 pounds
อันดับ 5 African Wild dog แรงกัด 317 pounds
อันดับ 4 Rottweiler แรงกัด 328 pounds
อันดับ 3 Large Aggressive Wolf แรงกัด 406 pounds
อันดับ 2 Mastiffs แรงกัด 556 pounds
อันดับ 1 Assyria Shepherd(Anatoria , Kangal) แรงกัด 743 pounds
จนไปเจอคลิปเกี่ยวกับการทดสอบแรงกัดของสุนัขในyoutube ทำให้เรารู้ว่าเข้าใจผิด
คิดว่ามันน่าสนใจดีเลยเอามาแชร์ให้เพื่อนๆดู
เริ่มจากอันดับ 10 malinois แรงกัด 195 pounds
อันดับ 9 Dutch Shepherds แรงกัด 224-230 pounds
อันดับ 8 Pittbull Terrier แรงกัด 235 pounds
อันดับ 7 German Shepherds แรงกัด 238 pounds
อันดับ 6 Bulldog แรงกัด 305 pounds
อันดับ 5 African Wild dog แรงกัด 317 pounds
อันดับ 4 Rottweiler แรงกัด 328 pounds
อันดับ 3 Large Aggressive Wolf แรงกัด 406 pounds
อันดับ 2 Mastiffs แรงกัด 556 pounds
อันดับ 1 Assyria Shepherd(Anatoria , Kangal) แรงกัด 743 pounds
หมา หรือภาษาทางการว่า สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Canidae ออกลูกเป็นตัว ลำตัวมีขนปกคลุม มีเขี้ยว 2 คู่ เท้าหน้ามี 5 นิ้ว เท้าหลังมี 4 นิ้ว ซ่อนเล็บไม่ได้ อวัยวะเพศของสุนัขตัวผู้มีกระดูกอยู่ภายใน 1 ชิ้น สุนัขที่ยังคงเป็นสัตว์ป่า เช่น หมาใน (Cuon alpinus) สุนัขที่เลี้ยงเป็นสัตว์บ้าน คือ ชนิด Canis lupus familiarisสุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายพันธุ์ เช่น ลาบราดอร์, โกลเด้น, ชิวาวา และอีกมากมาย มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดุและไม่ดุ พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา ชิสุ ส่วนที่ดุ ได้แก่ ร็อดไวเลอร์ อัลเซเชียน สุนัขแต่ละพันธุ์จะมีนิสัยแตกต่างกัน
สุนัขพัฒนามาจากสัตว์กินเนื้อและล่าเหยื่อ ดังนั้นวิวัฒนาการของฟันสำหรับเคี้ยวเนื้อและกระดูกจึงยังคงมีอยู่ รวมทั้งการมีประสาทดมกลิ่นและตามล่าเหยื่อที่ดีมาก นอกจากนี้สุนัขยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงทำให้วิ่งได้เร็วและเร่งความเร็วได้เท่าที่ต้องการ ลักษณะการเดินของสุนัขจะทิ้งน้ำหนักตัวบนนิ้วเท้า ซึ่งส่งผลให้สุนัขเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าสัตว์ชนิดอื่น นอกจากนี้สุนัขยังมีสัญชาตญาณในการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนั้นสุนัขจึงสามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ[1]
| สุนัข | |
|---|---|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
